วันหนึ่ง
วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ขั้นตอนของชีวิต
คนธรรมดาที่ฝุ่นผงในดวงตายังมีเยอะอย่างพวกเราๆท่านๆนี้ การจะใช้ชีวิตให้เปลี่ยนจากสามัญชนธรรมดาให้กลายเป็นกัลยาณชน เพื่อให้สามารถก้าวต่อไปเป็นอาริยบุคคล นั้นช่างเป็นเรื่องที่หนักเอาการ ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติกี่กัปป์กี่อสงไขยที่พวกเราเวียนว่ายวกวนดิ้นรนกันอยู่ในวัฏสงสารโดยมีความไม่รู้เป็นหัวเรือและกรวกเกื้อด้วยบรรดากิเลสทั้งหลาย มันทำตัวเหมือนเพื่อนสนิทที่อยู่กับเรามาทุกภพทุกชาติ จนเรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมันและเพราะความไม่รู้ก็ทำให้เราต้องเกิดมาหาความรู้กันต่อไป....นานแค่ใหนที่เราไม่รู้และใช้ชีวิตวกวนในความไม่รู้. และเราจะไม่รู้ไปอีกนานเท่าไร
และที่นานกว่ายากกว่าคือ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาพบผู้รู้ที่สว่างในความรู้ทั้งปวงอย่างพระพุทธเจ้าของเรานี้ ท่านผูที่จะชี้ทางสว่างทางหลุดพ้นจากห้วงวัฏสงสาร เกิดมาทั้งทีได้พบพระพุทธศาสนาแล้วถ้ายังโง่และเมามัวเท่าเดิมก็ต้องยอมให้เต่ามันแทะเล็มก้านกิ่งใบของเราที่มันจมอยู่ใต้โคลนตมต่อไป หมดทางชูยอดใบให้พ้นน้ำหรือแม้แต่จะพ้นโคลนก็ยังยากอยู่ถ้ายังไม่รีบเดินตามทางที่พระพุธองค์ชี้ทางไว้ให้เดิน
ในทางโลกอาจต้องอยู่ให้ได้ด้วยกำลังใจ มีปัญหาอาจเริ่มมองด้วยมุมมองบวกไว้ก่อน นั่นอาจทำให้เราดำเนินชีวิตอยู่ในโลกได้อย่างมีความสุข แต่เมื่อถึงเวลาก็ควรเปลี่ยนมุมมองให้เป็นการมองโลกด้วยแว่นตาใสที่มองอย่างเป็นจริงและรู้เท่าทันความจริง ไม่บวกไม่ลบไม่ยึดติด ไม่มีตัวตนสัตว์บุคคล เราเขา มองอย่างรู้จริงคือ สิ่งใดๆมีเกิดขึ้นย่อมตั้งอยู่และดับไปตามเหตุและปัจจัย มีเหตุก็เกิดหมดเหตุก็ดับเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นของกู ไม่มีตัวกู การจะทำอย่างนั้นได้ต้องอาศัยแม่ทัพใหญ่ของกุศลธรรมคือสติ แล้วทำอย่างไรจะฝึกสติให้มีอยู่และช่วยส่งเสริมเราให้เดินต่ออย่างถูกทิศทางล่ะ....นั่นต้องศึกษากันต่อไป
และที่นานกว่ายากกว่าคือ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาพบผู้รู้ที่สว่างในความรู้ทั้งปวงอย่างพระพุทธเจ้าของเรานี้ ท่านผูที่จะชี้ทางสว่างทางหลุดพ้นจากห้วงวัฏสงสาร เกิดมาทั้งทีได้พบพระพุทธศาสนาแล้วถ้ายังโง่และเมามัวเท่าเดิมก็ต้องยอมให้เต่ามันแทะเล็มก้านกิ่งใบของเราที่มันจมอยู่ใต้โคลนตมต่อไป หมดทางชูยอดใบให้พ้นน้ำหรือแม้แต่จะพ้นโคลนก็ยังยากอยู่ถ้ายังไม่รีบเดินตามทางที่พระพุธองค์ชี้ทางไว้ให้เดิน
ในทางโลกอาจต้องอยู่ให้ได้ด้วยกำลังใจ มีปัญหาอาจเริ่มมองด้วยมุมมองบวกไว้ก่อน นั่นอาจทำให้เราดำเนินชีวิตอยู่ในโลกได้อย่างมีความสุข แต่เมื่อถึงเวลาก็ควรเปลี่ยนมุมมองให้เป็นการมองโลกด้วยแว่นตาใสที่มองอย่างเป็นจริงและรู้เท่าทันความจริง ไม่บวกไม่ลบไม่ยึดติด ไม่มีตัวตนสัตว์บุคคล เราเขา มองอย่างรู้จริงคือ สิ่งใดๆมีเกิดขึ้นย่อมตั้งอยู่และดับไปตามเหตุและปัจจัย มีเหตุก็เกิดหมดเหตุก็ดับเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นของกู ไม่มีตัวกู การจะทำอย่างนั้นได้ต้องอาศัยแม่ทัพใหญ่ของกุศลธรรมคือสติ แล้วทำอย่างไรจะฝึกสติให้มีอยู่และช่วยส่งเสริมเราให้เดินต่ออย่างถูกทิศทางล่ะ....นั่นต้องศึกษากันต่อไป
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553
เส้นทางชีวิต
ชีวิตที่ผ่านมา น่าเสียดาย แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ที่ว่าน่าเสียดายเพราะตอนเด็กเคยอยู่กับยาย ยายมักสอนให้ฝึกนั่งสมาธิก่อนนอน เอ้านั่งก็นั่งแต่ก็ไม่รู้หรอกว่านั่งเพื่อะไร รู้แต่ว่านั่งเพื่อให้เกิดสมาธิแล้วสิ่งดีๆก็จะตามมา ดังนั้นตอนเด็กได้ฝึกนั่งสมาธิแบบเด็กๆคือ นั่งขัดสมาธิ หลับตา หายใจเข้าภาวนาคำว่า พุทธ หายใจออกภาวนาคำว่าโธ ทำได้แค่นี้โดยไม่วอกแว็กก็เก่งแล้ว ไม่รฃุ้เป็นไงในสมัยเด็กความจำดีมาก เรียนอะไรที่โรงเรียนแล้วแทบไม่ต้องทบทวนเลย จำได้ดีมาก สอบก็ได้ที่หนึ่งทุกครั้ง พอเริ่มโขึ้นมาไม่ค่อยได้อยู่กับยาย การนั่งสมาธิก็เหินห่างไปมาก มาระลึกย้อนหลังเห็นได้ชัดว่า ต้องใช้ความพยายามในการเรียน ท่องจำและทบทวนบทเรียนมากขึ้น ความจำก็รู้สึกว่าลดลงอย่างชัดเจน ยิ่งท่องยิ่งลืม ตอนนั้นรู้แต่ว่าต้องท่องให้มากขึ้น ตอนเรียนสมัยมัธยมต้นและมัธยมปลายการเรียนก็ยังดีอยู่ แต่พอสอบเข้าเรียนในคณะแพทย์ได้ยิ่งเพิ่มความเครียด เรื่องการนั่งสมาธิเลิกพูดถึงได้เลย สวดมนต์ก่อนนอนก็ไม่ต้องพูดถึงจนเรียนจบและศึกษาต่อเป็นศัลยแพทย์ คราวนี้แหละแม้เวลานอน เวลากินก็ไม่มีให้เห็นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ต้องรีบกินรีบทำงาน เรื่องการฝึกจิตก็เป็นอะไรที่ไม่มีคนพูดถึงในหมู่เพื่อนแพทย์ อาจมีในบางชมรมเช่นชมรมพุทธที่อาจมีโอกาสได้ศึกษาธรรมะ แต่ก็นั่นแหละขึ้นอยูกับว่าสมาชิกและประธานชมรมรู้มากน้อยเพียงไรเกี่ยวกับวิถีทางพุทธศาสนา เพราะเท่าที่เคยสัมผัสผิวเผินจะเน้นไปทางพิธีกรรมทางศาสนามากกว่าแก่นของศาสนา
หลังจบศัลยแพทย์มาอยู่ที่จอมทอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลอำเภอขนาดใหญ่ แต่ละวันมีความเครียดความทุกข์รุมเร้าตลอดวัน ร่างกายและจิตใจก็เริ่มโทรมเพราะไม่มีเวลาจะบำรุงซ่อมแซม ทำแต่งาน ทำแต่งาน พอทำได้สักพักเริ่มได้คิดว่าเอ๊ะนี่...ชีวิตขาดอะไรสักอย่างที่สำคัญพอๆกับการหายใจ...คือขาดไม่ได้..ความเครียดที่เกิดขึ้นมันมาจากทุด้าน ทั้งทีี่ทำงาน ที่บ้าน เครียดภายใน เครียดภายนอก ...บางครั้งตั้งหลักไม่ถูก มึนไปหมด บางครั้งใช้การทำสมาธิเข้าช่วยแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร ก็ดีขึ้นบ้าง หายทุกข์เร็วบ้างช้าบ้างแล้วแต่เหคุปัจจัย บางครั้งแก้ไม่ได้ก็ต้องรอเวลาให้ผ่านไปนานๆแล้วมันก็เลือนรางไปเอง
มีอยู่วันหนึ่งที่ทำให้รู้ตัวว่าเราทำอะไรขาดหายไปจากการดำรงชีวิต คืนนั้นเข้านอนแล้วนึกอยากไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน พอขึ้น อรหังสัมมาสัมพุทโธภัควา พุทธังภควันตังอภิวาเทมิ สวากขาโต ....นึกอยู่พักหนึ่ง คิดไปคิดมา สุดท้ายต้องยอมทำในสิ่งที่ตนไม่เคยคิดว่าจะมาเกิดกับตน นั่นคือยอมกราบพระ 3 ครั้ง แล้วนึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยที่สวดมนต์บทที่ง่ายที่สุดไม่จบ....นี่ช่วยกระตุกต่อมคิดให้ผม....นี่เองที่เรียกว่าออกห่างศาสนา ไม่ต้องพูดถึง แนวทางการปฏิบัติขั้นสูงอื่นๆ ก็แค่อยากจะสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนยังลืม...สิ่งที่สำคัญหรือแก่นของศาสนาก็อยู่ลึกเกินที่จะสัมผัสแน่...นั่นทำให้ต้องรีบค้นหาสิ่งที่ขาดหายในชีวิต...หนังสือเป็นสะพานนำไปสู่เส้นทางธรรม....นี่ก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้เริ่มรู้จักแก่นแท้ของศาสนา..สติปัฏฐาน 4
หลังจบศัลยแพทย์มาอยู่ที่จอมทอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลอำเภอขนาดใหญ่ แต่ละวันมีความเครียดความทุกข์รุมเร้าตลอดวัน ร่างกายและจิตใจก็เริ่มโทรมเพราะไม่มีเวลาจะบำรุงซ่อมแซม ทำแต่งาน ทำแต่งาน พอทำได้สักพักเริ่มได้คิดว่าเอ๊ะนี่...ชีวิตขาดอะไรสักอย่างที่สำคัญพอๆกับการหายใจ...คือขาดไม่ได้..ความเครียดที่เกิดขึ้นมันมาจากทุด้าน ทั้งทีี่ทำงาน ที่บ้าน เครียดภายใน เครียดภายนอก ...บางครั้งตั้งหลักไม่ถูก มึนไปหมด บางครั้งใช้การทำสมาธิเข้าช่วยแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร ก็ดีขึ้นบ้าง หายทุกข์เร็วบ้างช้าบ้างแล้วแต่เหคุปัจจัย บางครั้งแก้ไม่ได้ก็ต้องรอเวลาให้ผ่านไปนานๆแล้วมันก็เลือนรางไปเอง
มีอยู่วันหนึ่งที่ทำให้รู้ตัวว่าเราทำอะไรขาดหายไปจากการดำรงชีวิต คืนนั้นเข้านอนแล้วนึกอยากไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน พอขึ้น อรหังสัมมาสัมพุทโธภัควา พุทธังภควันตังอภิวาเทมิ สวากขาโต ....นึกอยู่พักหนึ่ง คิดไปคิดมา สุดท้ายต้องยอมทำในสิ่งที่ตนไม่เคยคิดว่าจะมาเกิดกับตน นั่นคือยอมกราบพระ 3 ครั้ง แล้วนึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยที่สวดมนต์บทที่ง่ายที่สุดไม่จบ....นี่ช่วยกระตุกต่อมคิดให้ผม....นี่เองที่เรียกว่าออกห่างศาสนา ไม่ต้องพูดถึง แนวทางการปฏิบัติขั้นสูงอื่นๆ ก็แค่อยากจะสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนยังลืม...สิ่งที่สำคัญหรือแก่นของศาสนาก็อยู่ลึกเกินที่จะสัมผัสแน่...นั่นทำให้ต้องรีบค้นหาสิ่งที่ขาดหายในชีวิต...หนังสือเป็นสะพานนำไปสู่เส้นทางธรรม....นี่ก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้เริ่มรู้จักแก่นแท้ของศาสนา..สติปัฏฐาน 4
วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สวัสดีปีใหม่
blog นี้เพิ่งเข้ามาสมัครใหม่ ในวันขึ้นปีใหม่ 2553 วันนี้มีสิ่งดีๆให้ชื่นชมหลายอย่างที่อยากบอกกล่าวให้ทุกคนได้อ่าน
-สิ่งแรกที่น่ายินดีคืออาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ดีขึ้นทำให้ชาวไทยที่รักชาติรักในหลวงต่างก็ปลาบปลื้มยินดีกันทั่วหน้า ไม่มีอะไรทำให้คนไทยที่ไม่ใช่เขมรจะมีความสุขเท่านี้ได้ ..เรารักในหลวง
-อย่างที่สองที่เป็นสิ่งที่ผมยินดีมากคือ อาการป่วยของแม่ ที่เป็นฝีในสมองจนทำให้อ่อนแรงครึ่งซีกด้านขวา ทีแรกกะว่าคงใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่อาการแม่จะฟื้น แต่นี่ผ่านมาแค่ เดือนกว่า แม่ก็สามารถยืนได้และพอเดินได้บ้างแม้จะต้องอาศัยผู้ช่วยประคองก็ตาม
-อย่างที่สาม หลังจากที่แหม่มถูกคนปีนดูขณะอาบนำ้ที่บ้าน วันนี้ผมกับหมอไก่ก็เลยพากันไปหาสุนัขมาเลี้ยงเป็นเพื่อนเพราะที่บ้านนั้นมีกันแค่สามคนและไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน พอมีเหตุการณ์ที่บ้านแหม่ม ก็เลยตัสินใจหาหมามาอยู่เป็นเพื่อน ตอนแรกจะซื้อสุนัขพันธุ์ คอกเกอร์ พอไปจริงๆก็ได้ Golden Retriever มา พ่อเป็นแช็มป์ด้วย ซื้อมาตัวละ 3500 ซื้อกรงอีก 3300 ซื้อมุ้งอีก 500 ตั้งชื่อว่า LUCKY ตอนแรกคิดกันสาระพัดชื่อ ปีใหม่ อั่งเปา ชบาแก้ว นำ้ขิง หมั่นโถ .....พอถามยาย ยายบอก LUCKY เลยไม่ต้องคิดมาก...lucky เป็นหมาตัวเมีย เกิดวันที่ 13 พ.ย. 2552 ตอนนี้อายุ 49 วัน กำลังน่ารักร่าชัง ซุกซนร่าเริง แต่อีกสักพัก...ตัวใหญ่มาก
-สิ่งแรกที่น่ายินดีคืออาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ดีขึ้นทำให้ชาวไทยที่รักชาติรักในหลวงต่างก็ปลาบปลื้มยินดีกันทั่วหน้า ไม่มีอะไรทำให้คนไทยที่ไม่ใช่เขมรจะมีความสุขเท่านี้ได้ ..เรารักในหลวง
-อย่างที่สองที่เป็นสิ่งที่ผมยินดีมากคือ อาการป่วยของแม่ ที่เป็นฝีในสมองจนทำให้อ่อนแรงครึ่งซีกด้านขวา ทีแรกกะว่าคงใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่อาการแม่จะฟื้น แต่นี่ผ่านมาแค่ เดือนกว่า แม่ก็สามารถยืนได้และพอเดินได้บ้างแม้จะต้องอาศัยผู้ช่วยประคองก็ตาม
-อย่างที่สาม หลังจากที่แหม่มถูกคนปีนดูขณะอาบนำ้ที่บ้าน วันนี้ผมกับหมอไก่ก็เลยพากันไปหาสุนัขมาเลี้ยงเป็นเพื่อนเพราะที่บ้านนั้นมีกันแค่สามคนและไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน พอมีเหตุการณ์ที่บ้านแหม่ม ก็เลยตัสินใจหาหมามาอยู่เป็นเพื่อน ตอนแรกจะซื้อสุนัขพันธุ์ คอกเกอร์ พอไปจริงๆก็ได้ Golden Retriever มา พ่อเป็นแช็มป์ด้วย ซื้อมาตัวละ 3500 ซื้อกรงอีก 3300 ซื้อมุ้งอีก 500 ตั้งชื่อว่า LUCKY ตอนแรกคิดกันสาระพัดชื่อ ปีใหม่ อั่งเปา ชบาแก้ว นำ้ขิง หมั่นโถ .....พอถามยาย ยายบอก LUCKY เลยไม่ต้องคิดมาก...lucky เป็นหมาตัวเมีย เกิดวันที่ 13 พ.ย. 2552 ตอนนี้อายุ 49 วัน กำลังน่ารักร่าชัง ซุกซนร่าเริง แต่อีกสักพัก...ตัวใหญ่มาก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)